ทำไมถึงยังใช้ Windows Movie Maker อยู่ล่ะ?

ดาวน์โหลด Movavi Video Editor Plus เลยสิ!
ท่านจะได้รับ
  • การสนับสนุนฟอร์แมตวิดีโอและออดิโอที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
  • เครื่องมือจับภาพที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพ
  • ตัวเลือกการตัดต่อภาพที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
  • การช่วยเหลือและสนับสนุนแบบครบวงจร

บทรีวิว Movavi Video Editor Plus กับ Windows Movie Maker

Windows Movie Maker เป็นซอฟต์แวร์ตัดต่อวิดีโอฟรีที่มีให้ใช้งานบนเครื่อง PC เกือบทุกเครื่อง ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Microsoft ในฐานะส่วนหนึ่งของชุดโปรแกรมมาตรฐานที่รวมอยู่ใน Windows XP และพร้อมใช้งานบน Windows 7 และ Windows 8 เมื่อไม่นานมานี้ และถึงแม้ว่า Windows 10 จะไม่รองรับการใช้งานซอฟต์แวร์ดังกล่าว แต่ท่านก็ยังสามารถดาวน์โหลด Windows Movie Maker และติดตั้งลงในระบบปฏิบัติการรุ่นล่าสุดนี้ได้เช่นกัน แต่ท่านควรจะทำแบบนั้นจริงๆ หรือ? ท่านสามารถลองใช้งานโปรแกรมที่ทรงพลังเฉกเช่น Movavi Video Editor Plus ที่จะช่วยให้ท่านสามารถเข้าถึงเครื่องมือหลากหลายชนิด และยังพร้อมให้บริการสำหรับผู้ใช้ Mac อีกด้วย

เราจะทำการเปรียบเทียบแอปทั้งสองเพื่อช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจเลือกใช้งาน Windows Movie Maker หรือดาวน์โหลด Movavi Video Editor Plus ได้ โดยมีเกณฑ์ดังต่อไปนี้

อินเทอร์เฟซผู้ใช้งาน

Windows Movie Maker 2012

Movavi Video Editor 15 Plus

Windows Movie Maker 2012

Movavi Video Editor 15 Plus

ความเรียบง่ายของ Windows Movie Maker เป็นหนึ่งในสุดยอดจุดเด่นของโปรแกรมที่คงความได้เปรียบเสมอมา ซึ่งเห็นได้ว่า Movavi Video Editor Plus เองก็มีความเรียบง่ายที่คล้ายคลึงกันมากในส่วนนี้ และโปรแกรมทั้งสองยังมาพร้อมกับอินเทอร์เฟซที่รู้ใจที่มีรูปแบบการนำทางที่ใกล้เคียงกัน อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ มากมายได้เหมือนกันอีกด้วย

คุณสมบัติอินพุต และเอาต์พุต

ถัดไป เราจะมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการใช้งานของโปรแกรมในส่วนของรูปแบบไฟล์ที่รองรับ

พารามิเตอร์เปรียบเทียบWindows Movie Maker 2012Movavi Video Editor 15 Plus
รองรับฟอร์แมตมีเดียอินพุตส่วนใหญ่
รองรับฟอร์แมตมีเดียเอาต์พุตส่วนใหญ่
รองรับอุปกรณ์ส่วนใหญ่
รองรับวิดีโอแบบ 4K
ระบบเร่งความเร็วมีเดียของ Intel®

เราพบว่า Windows Movie Maker ไม่มีศักยภาพในการรองรับฟอร์แมตมีเดียที่หลากหลายเพื่อใช้สำหรับการบันทึกไฟล์ของท่าน โดยโปรแกรมดังกล่าวสามารถรองรับฟอร์แมตไฟล์ได้เพียง 4 ฟอร์แมต ในขณะที่ Movavi Video Editor Plus สามารถรองรับฟอร์แมตไฟล์ได้มากกว่าหลายสิบฟอร์แมต ยิ่งไปกว่านั้น แอปของ Movavi ยังรอบรับการทำงานร่วมกับวิดีโอแบบ 4K ซึ่งนับว่าเป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับผู้ที่สนใจจะทำงานร่วมกับวิดีโอที่มีความละเอียดอยู่ในระดับดังกล่าว และยังมาพร้อมกับฮาร์ดแวร์เร่งความเร็วของ Intel® ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติสุดเจ๋งที่จะทำให้ขั้นตอนการทำงานของท่านราบรื่นมากยิ่งขึ้น หากท่านเลือกใช้งาน Movavi

เครื่องมือจับภาพ

แล้วในส่วนของเครื่องมือสำหรับจับภาพและเสียงออดิโอจากแหล่งต่างๆ ล่ะ? ท่านสามารถดูคำตอบจากภาพด้านล่างได้เลย

Windows Movie Maker มีตัวเลือกเครื่องมือที่จำกัดมาก และในกรณีที่ท่านต้องการสร้างสกรีนแคสต์จากอุปกรณ์อื่นๆ นอกเหนือจากเว็บแคม เราขอแนะนำให้ท่านเลือกใช้งาน Movavi Video Editor Plus ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถจับเสียงออดิโอ และวิดีโอจากแหล่งต่างๆ มากมาย เช่น กล้องถ่ายวีดีโอแบบ HD เว็บแคม ตัวรับสัญญาณทีวี วิดีโอเทป และอื่นๆ อีกมากมาย

เครื่องมือตัดต่อ

ข้อมูลเปรียบเทียบโดยย่อของเครื่องมือตัดต่อวิดีโอและรูปภาพในโปรแกรมทั้งสอง

พารามิเตอร์เปรียบเทียบWindows Movie Maker 2012Movavi Video Editor 15 Plus
ทรานซิชันและเอฟเฟกต์น้อยมาก
ค่าพรีเซตของแคปชันน้อยมาก
คอลเอาต์
สติกเกอร์
ปรับปรุงฟุตเทจ (พลิก ครอป และหมุน)
ปรับปรุงคุณภาพและระดับโทนเสียง
แยกและเล็มขอบ
แพนและซูม
ปรับฟุตเทจให้เรียบเนียน
ปรับปรุงแบบอัตโนมัติ
โหมดไทม์ไลน์
มาสก์และไฮไลท์

Windows Movie Maker มาพร้อมกับชุดคุณสมบัติที่ค่อนข้างน้อย โดยคุณสามารถใช้งานเอฟเฟกต์ และทรานซิชันได้เพียงไม่กี่รูปแบบเท่านั้นเมื่อเทียบกับชุดคอลเล็กชันอันยอดเยี่ยมที่มาพร้อมกับ Movavi Video Editor Plus ที่ยังมีค่าพรีเซตไตเติ้ลที่หลากหลายให้เลือกสรรอีกด้วย เพราะในขณะที่ท่านกำลังตัดต่อโปรเจ็กต์ของท่านที่บ้านหรือในสำนักงาน ท่านก็คงต้องการโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถตอบสนองต่อความคิดสร้างสรรค์ของท่านได้ และนี่เป็นสิ่งที่เราจัดเตรียมไว้ให้กับผู้ใช้งาน Movavi ทุกท่าน พร้อมกับคุณสมบัติสารพัดประโยชน์ เฉกเช่น คอลเอาต์ การปรับปรุงแบบอัตโนมัติ และโหมดไทม์ไลน์

การช่วยเหลือและสนับสนุน

ระดับการสนับสนุนผู้ใช้เป็นสิ่งที่โปรแกรมแก้ไขวิดีโอทั้งสองมีความแตกต่างกันมากที่สุด

พารามิเตอร์เปรียบเทียบWindows Movie Maker 2012Movavi Video Editor 15 Plus
คำถามที่พบบ่อยและวิธีการใช้งาน
วิดีโอแนะนำและคู่มือ
อีเมล
Live chat
ฟอรัม/ชุมชน

เว็บไซต์ของ MS ไม่มีสื่อให้ความรู้ใดๆ เกี่ยวกับโปรแกรมของพวกเขาเลย และการสนับสนุนผู้ใช้รูปแบบเดียวที่พวกเขามีก็คือ บริการสนับสนุนที่ให้คุณติดต่อพวกเขาได้โดยผ่านทางอีเมลและฟอรัมเท่านั้น ซึ่งตรงกันข้ามกับเว็บไซต์ของ Movavi ที่มีเนื้อหาสารพัดประโยชน์มากมาย รวมถึงคำถามที่พบบ่อย คู่มือ และวิดีโอแนะนำที่มีการอัปเดตเป็นประจำ และในกรณีที่มีบางอย่างทำงานไม่ถูกต้อง หรือเกิดข้อขัดข้องใดๆ ท่านก็สามารถติดต่อบริการ Live chat ของบริษัทเพื่อรับความช่วยเหลือแบบเรียลไทม์ได้ทันที

ราคา

Microsoft
Windows Movie Maker

Movavi
Video Editor

ฟรี

790 บาท

ราคาคือข้อได้เปรียบหลักเพียงข้อเดียวที่ Windows Movie Maker มี และเนื่องจากโปรแกรมดังกล่าวเป็นฟรีแวร์ ดังนั้นนี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับท่านในแง่ของมูลค่าทางการเงิน Movavi Video Editor Plus แบบเวอร์ชันเต็มมีราคา 790 บาท แต่ก็มาพร้อมกับคุณสมบัติที่หลากหลาย ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากๆ

หากท่านต้องการเครื่องมือตัดต่อวิดีโอที่เรียบง่าย ใช้งานง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย เราขอแนะนำให้ท่านใช้ Windows Movie Maker ได้เลย แต่ถ้าท่านต้องการยกระดับเสรีภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน หรือใช้งาน Mac อยู่ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ท่านลองใช้ Movavi Video Editor Plus ซึ่งจะช่วยให้ท่าน

  • ทำงานร่วมกับฟอร์แมตมีเดียหลากหลายชนิดได้มากยิ่งขึ้น
  • จับภาพหน้าจอโดยใช้เครื่องมือที่หลากหลาย
  • ใช้งานตัวเลือกการตัดต่อมากมาย
  • รับการสนับสนุนแบบครบวงจร

เพียงแค่ดาวน์โหลดตัวติดตั้ง Movavi Video Editor Plus ทำตามคำแนะนำ และเริ่มตัดต่อวิดีโอของท่านเฉกเช่นมืออาชีพได้เลย

ลิงก์ที่มีให้เป็นซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดที่มีการอัปเกรดที่จำเป็นทั้งหมด

ความต้องการของระบบ Windows XP/Vista/7/8/10 (32 บิตหรือ 64 บิต); Mac OS Х 10.7 หรือสูงกว่า (64 บิต)

Disclaimer: Please be aware that Movavi Screen Recorder does not allow capture of copy-protected video and audio streams.